NEWS&ACTIVITIES
KNOWLEDGE&TIPS

6 เคล็ดลับการเลือกซื้อรถเข็นเด็ก อย่างไร ให้ใช้คุ้มที่สุด !

      6 เคล็ดลับการเลือกซื้อรถเข็นเด็ก อย่างไร ให้ใช้คุ้มที่สุด !

                                                                                   .... เพราะ “รถเข็นเด็ก” สำคัญ  เราจึงจำเป็นต้องพิถีพิถันในการเลือก

 

“รถเข็นเด็ก” กลายเป็นอีกหนึ่งรายการจำเป็นที่คุณแม่ต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับลูกรัก เพราะก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคุณแม่อย่างเราง่ายขึ้นได้อีก  

แต่จะเลือกซื้อรถเข็นเด็กอย่างไรให้เหมาะกับลูกของเรา  ที่ในแต่ละช่วงวัยของเค้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกาย น้ำหนักและสรีระของลูก ดังนั้นการจะพิจารณาเลือกซื้อรถเข็นเด็กให้เหมาะสม  ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยเชียวนะคะคุณแม่ 

ยิ่งโดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคุณแม่ยุคใหม่ที่ชอบไลฟ์สไตล์พาลูกๆและครอบครัวไปEnjoyนอกบ้าน  หรือชอบพาลูกรักตลุยทริปต่างแดนกันด้วยละก็ การพิจารณาเลือก “รถเข็นเด็ก”เพื่อให้นโยบายรถคันแรกของลูกเราคุ้มค่าและมีสมรรถนะในการขับขี่ อุ้บ!!ไม่ใช่คะ มีสมรรถนะต่อการใช้งานจริง มีความจำเป็นอย่างยิ่งคะ

ด้วยคุณสมบัติ และออพชั่นที่มีอยู่มากมายให้คุณแม่ได้เลือก  หลายๆบ้านคงตั้งโจทย์เอาไว้ในใจกันแล้ว   บางบ้านขอแบบน้ำหนักเบาๆสัก3 กก.นิดๆ  บางบ้านเน้นที่ความสะดวกต้องการเก็บพับ  เก็บให้เหลือขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อสะดวกคล่องตัวในการเดินทาง บางบ้านเน้นที่เนื้อผ้าและการปรับเอนเพื่อให้เกิดความสบายต่อเด็กๆ  อย่ากระนั้นเลยเราจึงได้รวบรวมซีเครทเคล็ดลับในการพิจารณา”รถเข็นเด็ก”รถคันแรกของลูกน้อย เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งคุณลูกและคุณแม่ได้อย่างเหมาะสม

>>> 6 ซีเครทเคล็ดลับสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นเด็ก

1.ความปลอดภัย

-ความปลอดภัยคือฟังก์ชั่นแรกที่คุณแม่ต้องตั้งโจทย์และต้องแก้สมการตอบโจย์ความปลอดภัยให้ครบถ้วน  อาทิโครงสร้างของรถเข็นเด็กต้องแข็งแรง ตัวล็อคแต่ละจุดต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรง ส่วนแหลมคมที่ยื่นออกมา    จุดเสี่ยงต่างๆที่สามารถสร้างอันตรายต่อลูกได้ เช่นช่องเล็กๆที่ลูกมีโอกาสเผลอเอานิ้วมือไปแหย่ เอาเท้าไปเขี่ย สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนะคะ

 

2.วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตไม่ควรใช้สารที่สร้างอันตรายต่อตัวเด็ก

- สีที่ใช้สำหรับรถเข็นเด็กควรเป็นแบบ non-toxic

- ผ้าที่ใช้บุเก้าอี้รถเข็น หรือหลังคาต้องเป็นผ้าชนิดที่ติดไฟแล้วไม่ลาม ตัวผ้าในรถเข็นมีรูระบายอากาศ เพื่อไม่ทำให้หลังลูกน้อยของคุณชื้นแฉะ และสามารถถอดซักได้ง่าย เพื่อให้ลูกมีสุขอนามัยที่ดี

 

3.หลังคาบังแดดต้องป้องกันแสงแดด ฝุ่นและลมได้ดี

-ต้องสามารถป้องกันรังสี UV ได้สูง SPF 50+ หรือป้องกัน UV ได้ 99%  และช่วยป้องกันจากสิ่งต่างๆ ที่อาจจะปลิวมาตามลมได้ ช่องหน้าต่างสามารถมองเห็นลูกน้อยในขณะที่เข็นรถ

 

4.สายรัดควรมีความแน่นหนา

-ไม่ควรจะให้เด็กสามารถดึงหลุดได้ง่ายๆ ในขณะเดียวกันก็ไม่รัดแน่นจนเกินไป ควรจะปรับความยาวของสายรัดได้ เพื่อให้เหมาะกับขนาดของเด็กที่โตขึ้น ระบบที่ดีสุด คือมีเข็มขัด 5 จุด ได้แก่ ล็อกเอว ระหว่างขาและไหล่ นอกจากนั้นตัวล็อกควรจะปลดล็อกได้ง่ายด้วย

 

5.ระบบเบรก ของล้อต้องปลอดภัย

-ระบบเบรกจะต้องหยุดรถเข็นเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล้อรถควรเคลื่อนตัวได้ดี หมุนได้ตามทิศทางที่ต้องการ

 

6.ป้องกันการสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม

-โดยเฉพาะรถเข็นเด็กแรกเกิดควรพิจารณาเป็นลำดับต้นๆเลยทีเดียว  วิธีสังเกตุความแข็งแรงให้ดูที่ตัวโครงสร้างคะ โครงสร้างต่างๆ ควรเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการลดลอยต่อข้อพับต่างๆส่งผลให้สามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากข้อต่อที่หลวมได้ดี

 

นอกจากนี้วัตถุประสงค์ของการใช้งาน ก็เป็นศาสตร์และศิลป์อีกอย่างหนึ่ง ที่คุณแม่จะหยิบขึ้นมาพิจารณาเพราะบางครอบครัวอาจจะชอบท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องขึ้นเครื่องบินด้วยแล้ว  รถเข็นเด็กที่คุณแม่เลือกอาจต้องขยับมาพิจารณากันที่น้ำหนักของรถเข็นด้วยนะคะ  ซึ่งควรจะต้องมีน้ำหนักเบาและกระทัดรัด เพื่อสะดวกในการเดินทาง อย่างรถเข็นก้านร่มแต่ทั้งนี้รถเข็นก้านร่มก็จะไม่เหมาะกับทารกวัยเบบี๋นะคะ

                                                                                                                                   

หรือคุณแม่บางท่าน ที่มักเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ อาจจะหันมาเลือกรถเข็นเด็กที่สามารถวางคาร์ซีทบนรถเข็นเด็กได้เลย ก็จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณหลับสนิทโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมางอแง พร้อมที่จะEnjoy กับคุณแม่ได้เต็มที่เมื่อถึงที่หมาย              

                                                                                                                    

 ขนาดของตัวเด็ก อายุ น้ำหนักมีความสัมพันธ์กับการพิจารณา เลือกรถเข็นโดยให้โฟกัสที่ล้อรถเข็นเป็นสำคัญ เพราะเป็นองค์ประกอบหลักในการควบคุมรถ  รถเข็นเด็กมีล้อรถหลักๆ 2 แบบคือ ล้อเล็ก( ไม่เกิน 5 นิ้ว) กับ ล้อใหญ่ (เกิน 5 นิ้วขึ้นไป)แบบล้อเล็กส่วนมากพบในรถประเภทพับเล็ก  ส่วนรถเข็นมาตรฐานทั่วไปก็จะมีทั้งแบบล้อเล็กและ ล้อใหญ่ แต่เนื่องจากรถเข็นล้อเล็กจะควบคุมได้ยากกว่าเมื่อเด็กเริ่มโตและมีน้ำหนักที่มากขึ้นทำให้คุณแม่จะเข็นรถเหนื่อยและใช้แรงมากถ้าต้องเข็นเป็นเวลานาน  ต่างกับรถเข็นล้อใหญ่ที่สามารถควบคุมได้ง่าย บังคับเลี้ยวได้ง่ายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่บางครั้งต้องบังคับรถมือเดียว ในขณะที่อีกมือคุณแม่อาจจะต้องรับโทรศัพท์  หรือกำลังจับจ่ายซื้อของ

ลำดับสุดท้ายเป็นของแถมสำหรับคุณแม่สายทริป “เรื่องการส่งต่อ” รถเข็นเด็กบางยี่ห้อได้รับความนิยมค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเมื่อขายต่อเป็นมือสองก็ยังสามารถขายได้ราคาดี  การดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดี สีสันสดใส จึงเป็นอะไรที่คุณแม่ไม่ควรละเลย

..

เมื่อทราบซีเครทเคล็ดลับในการพิจารณาเลือกซื้อรถเข็นเด็กแล้ว โครงการนโยบายรถคันแรกของลูกจะช้าอยู่ได้อย่างไร ไปสอยกันเลยคะคุณแม่

 

back