NEWS&ACTIVITIES
KNOWLEDGE&TIPS

ประสบการณ์ของแอดมิน เจ้าตัวน้อยและcar seat คาร์ซีท (ตอนที่ 1)

ก่อนอื่นเราต้องขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของ admin ก่อนนะคะ

เนื่องจากเราเป็นคนที่ทำงานนอกบ้าน ตอนเช้าเราจะต้องไปส่งลูกให้อาม่า แล้วตอนเย็นเราก็ไปรับกลับ ส่วนแฟนเราก็ทำงานเปิดร้านขายของตอนเช้ามากๆ บวกกับเราเองก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดลูกตลอดเวลา ก็เลยพยายามจะหาวิธีที่จะไปรับ-ส่งลูกเอง เราก็เลยนึกไปถึงกระเช้าที่พี่สะใภ้เราซื้อมาให้หลานนอนในรถ (ตอนนั้นเค้าซื้อมาประมาณ 3,500 บาท) เราก็เลยเอามาใช้ดู เริ่มจากการหาข้อมูลในเนตถึงวิธีใช้คาร์ซีทอย่างปลอดภัย ซึ่งจะต้องไว้เบาะหลังและหันหน้าเข้าสำหรับเด็กไม่ถึง 1 ขวบ เราเริ่มทำความคุ้นเคยกับเค้าก่อน โดยที่วางเค้าไว้ด้านหน้าโดยหันหน้าเข้ากระเช้าถูกวางอยู่ด้านข้างคนขับ แต่ไม่ได้ออกรถ  เล่น คุยกับลูก ทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้งต่อวัน หลังจากนั้น เราก็เริ่มนำเค้าไปไว้เบาะหลังแต่ยังคงหันหน้าเข้าอยู่ แล้วเริ่มลองโดยขับรถ ผลก็คือลูกเราไม่ร้องอาจจะเนื่องมาจากความคุ้นเคยและวิวด้านนอกที่เค้ามองเห็นได้ตลอดเวลาการเดินทาง

พอเราใช้กระเช้ามาได้สักพัก จนลูกประมาณ 11 เดือนได้เราเริ่มรู้สึกว่ากระเช้ามันเริ่มเล็กไปแล้ว เราจึงพยายามมองหาที่นั่งในรถสำหรับเด็กที่ใหญ่ขึ้น ตอนนั้นเราก็เพ่งรู้ว่าที่นั่งแบบนี้มันเรียกว่า Car Seat คาร์ซีทนี่เอง ก่อนหน้านี้เรายังไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ แต่ถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่าตัดสินใจถูกมากๆที่ให้ลูกนั่งคาร์ซีท คุ้มค่ามากๆ แต่ตอนที่ซื้อนี่สิ คิดตั้งนานเพราะว่าราคาไม่ใช่ย่อยเลยเป็นหมื่นเหมือนกัน แต่ถ้าคิดย้อนกลับไปก็ยังจะต้องซื้ออยู่ดีเพราะว่าข้อดีของคาร์ซีทมีหลายข้ออยู่นะ จากการที่ลูกนั่งคาร์ซีทได้เองมันสะดวกสะบายกับคนเป็นแม่อย่างเราๆได้มากมายก่ายกองเลยล่ะ

- เราสามารถไปไหนกับลูกได้เอง โดยไม่ต้องให้ใครนั่งไปด้วย

- เด็กเล็กเค้าบอกว่าให้นอนเยอะๆ ส่วนใหญ่จะพาลูกไปไหนก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เค้าหลับทั้งนั้น

- ปลอดภัยมากขึ้น เพราะว่าขนาดผู้ใหญ่เวลาเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดหน้าเราก็ชนกับเบาะเหมือนกัน นับอะไรกับเด็กที่ไม่สามารถยันหรือควบคุมตัวเองได้ การอุ้มไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยที่สุดเพราะว่ากระดูกของคุณแม่นั่นแหละคะที่จะทำให้คุณลูกกระทบกระเทือนได้ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่จะยิ่งกอดรัดลูกมากขึ้นกว่าเดิม จนอาจจะลืมนึกไปว่าบางส่วนอาจจะกระแทกลูกได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

- ตอนนี้ลูกเรา 1 ขวบ 9 เดือนแล้ว สามารถนั่งคาร์ซีทได้เอง โดยกระดิกขาอย่างมีความสุขได้ตั้งแต่ 6-7 เดือน เป็นอีก 1 วิธีในการฝึกระเบียบวินัยและรู้จักหน้าที่ๆจะต้องทำเวลาขึ้นรถก่อนอื่นเราต้องขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวของ admin ก่อนนะคะ

เนื่องจากเราเป็นคนที่ทำงานนอกบ้าน ตอนเช้าเราจะต้องไปส่งลูกให้อาม่า แล้วตอนเย็นเราก็ไปรับกลับ ส่วนแฟนเราก็ทำงานเปิดร้านขายของตอนเช้ามากๆ บวกกับเราเองก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดลูกตลอดเวลา ก็เลยพยายามจะหาวิธีที่จะไปรับ-ส่งลูกเอง เราก็เลยนึกไปถึงกระเช้าที่พี่สะใภ้เราซื้อมาให้หลานนอนในรถ (ตอนนั้นเค้าซื้อมาประมาณ 3,500 บาท) เราก็เลยเอามาใช้ดู เริ่มจากการหาข้อมูลในเนตถึงวิธีใช้คาร์ซีทอย่างปลอดภัย ซึ่งจะต้องไว้เบาะหลังและหันหน้าเข้าสำหรับเด็กไม่ถึง 1 ขวบ เราเริ่มทำความคุ้นเคยกับเค้าก่อน โดยที่วางเค้าไว้ด้านหน้าโดยหันหน้าเข้ากระเช้าถูกวางอยู่ด้านข้างคนขับ แต่ไม่ได้ออกรถ  เล่น คุยกับลูก ทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้งต่อวัน หลังจากนั้น เราก็เริ่มนำเค้าไปไว้เบาะหลังแต่ยังคงหันหน้าเข้าอยู่ แล้วเริ่มลองโดยขับรถ ผลก็คือลูกเราไม่ร้องอาจจะเนื่องมาจากความคุ้นเคยและวิวด้านนอกที่เค้ามองเห็นได้ตลอดเวลาการเดินทาง

พอเราใช้กระเช้ามาได้สักพัก จนลูกประมาณ 11 เดือนได้เราเริ่มรู้สึกว่ากระเช้ามันเริ่มเล็กไปแล้ว เราจึงพยายามมองหาที่นั่งในรถสำหรับเด็กที่ใหญ่ขึ้น ตอนนั้นเราก็เพ่งรู้ว่าที่นั่งแบบนี้มันเรียกว่า Car Seat คาร์ซีทนี่เอง ก่อนหน้านี้เรายังไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ แต่ถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่าตัดสินใจถูกมากๆที่ให้ลูกนั่งคาร์ซีท คุ้มค่ามากๆ แต่ตอนที่ซื้อนี่สิ คิดตั้งนานเพราะว่าราคาไม่ใช่ย่อยเลยเป็นหมื่นเหมือนกัน แต่ถ้าคิดย้อนกลับไปก็ยังจะต้องซื้ออยู่ดีเพราะว่าข้อดีของคาร์ซีทมีหลายข้ออยู่นะ จากการที่ลูกนั่งคาร์ซีทได้เองมันสะดวกสะบายกับคนเป็นแม่อย่างเราๆได้มากมายก่ายกองเลยล่ะ

- เราสามารถไปไหนกับลูกได้เอง โดยไม่ต้องให้ใครนั่งไปด้วย

- เด็กเล็กเค้าบอกว่าให้นอนเยอะๆ ส่วนใหญ่จะพาลูกไปไหนก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เค้าหลับทั้งนั้น

- ปลอดภัยมากขึ้น เพราะว่าขนาดผู้ใหญ่เวลาเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดหน้าเราก็ชนกับเบาะเหมือนกัน นับอะไรกับเด็กที่ไม่สามารถยันหรือควบคุมตัวเองได้ การอุ้มไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยที่สุดเพราะว่ากระดูกของคุณแม่นั่นแหละคะที่จะทำให้คุณลูกกระทบกระเทือนได้ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่จะยิ่งกอดรัดลูกมากขึ้นกว่าเดิม จนอาจจะลืมนึกไปว่าบางส่วนอาจจะกระแทกลูกได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

- ตอนนี้ลูกเรา 1 ขวบ 9 เดือนแล้ว สามารถนั่งคาร์ซีทได้เอง โดยกระดิกขาอย่างมีความสุขได้ตั้งแต่ 6-7 เดือน เป็นอีก 1 วิธีในการฝึกระเบียบวินัยและรู้จักหน้าที่ๆจะต้องทำเวลาขึ้นรถ

back