ข้อควรรู้เรื่องคาร์ซีทมือสอง ถ้าจะใช้คาร์ซีทมือสองควรอ่านบทความนี้

DATE
15.11.2023

การซื้อของมือสองย่อมช่วยให้ครอบครัวประหยัดในยุคเศรษฐกิจและสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งของเครื่องใช้บางอย่างก็มีอายุใช้งานค่อนข้างจำกัดด้วยเช่นกัน เพราะเกี่ยวกับคุณภาพและประสิทธิภาพของลักษณะการใช้งานนั่นเอง หนึ่งในนั้นก็คือ “คาร์ซีทมือสอง” หรือ Used Car Seat ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใช้

 

เหตุผลที่ไม่ควรใช้คาร์ซีทมือสอง

                        ถึงแม้ว่าคาร์ซีทดี ๆ จะมีราคาค่อนข้างสูงและเลือกใช้วัสดุที่ดีเยี่ยม แต่ก็ยังมีข้อจำกัด
ด้านอายุและลักษณะการใช้งานดังนี้

  1. คาร์ซีทมีอายุการใช้งาน คาร์ซีทก็เหมือนสิ่งของเครื่องใช้ทั่วไปที่ย่อมมีวันหมดอายุและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลามองเห็นว่าหลุดเป็นชิ้น ๆ เพราะสภาพภายนอกที่ดูเหมือนว่าจะปกติดีทุกอย่าง แต่เราอาจจะไม่ทราบถึงโครงสร้างภายในหรือวัสดุอื่น ๆ ว่าแท้จริงแล้วเสื่อมสภาพไปแล้ว ถ้าไม่ได้ถูกกระแทกจนเสียหายแบบมองเห็นได้ด้วย
    ตาเปล่า
  2. คาร์ซีทมือสองใช้งานได้อีกไม่นาน ด้วยอายุการใช้งานที่ย่อมมีวันหมดอายุและเสื่อมสภาพ โดยปกติคาร์ซีทที่มีคุณภาพดี ๆ จะมีประสิทธิภาพในเรื่องความปลอดภัยการปกป้องลูกน้อยของเราที่อายุการใช้งานเพียง 6 ปีเท่านั้น พอเกินจากนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพทั้งวัสดุและโครงสร้างต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ใช้คาร์ซีทมือสองจากคนที่ใช้งานมาแล้ว แน่นอนว่าอายุการใช้งานก็ย่อมลดลงไปอีกหรือใช้งานได้เต็มที่คือไม่เกิน 1 – 2 ปี จากนั้นต้องหาซื้อใหม่อีก
  1. คาร์ซีทถูกออกแบบให้ใช้งานเพียงครั้งเดียว องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา หรือ NHTSA กล่าวว่า คาร์ซีทที่เคยใช้งานจนผ่านอุบัติเหตุมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่มีความรุนแรงเพียงปานกลางหรือรุนแรงมาก สภาพคาร์ซีทจะยังคงมีสภาพดูดีใช้งานได้หรือเป็นลักษณะใดก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนำคาร์ซีทนั้นมาใช้งานต่อ แต่ให้เปลี่ยนใหม่ทันที จึงสรุปได้ว่าไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้คาร์ซีทต่อจากใคร เนื่องจากเราไม่ทราบได้เลยว่าอาจจะเคยผ่านอุบัติเหตุมาหรือไม่
  2. ใช้คาร์ซีทมือสองต้องตรวจสอบประวัติ จากเบื้องต้นที่กล่าวไว้ว่าไม่ควรใช้คาร์ซีทต่อกันและไม่แนะนำให้ใช้ซ้ำ หากเคยได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงไปแล้ว แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความจำเป็นต้องเลือกซื้อคาร์ซีทมือสอง ควรตรวจสอบให้มั่นใจจริง ๆ ว่าคาร์ซีทนั้นยังไม่หมดอายุการใช้งานและไม่เคยได้รับแรงกระแทกมาก่อน ต้องพิจารณาผู้ขายว่ามีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้และตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน

วิธีเลือกซื้อคาร์ซีทมือสอง

            ด้วยเหตุทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นข้อสนับสนุนว่าไม่แนะนำให้ใช้คาร์ซีทมือสอง แต่บางครอบครัวก็อาจจะมีเหตุผลส่วนตัวที่มีความจำเป็นต้องหันมาใช้คาร์ซีทประเภทนี้ เพื่อความประหยัดและความคุ้มค่าหรืออย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีคาร์ซีทที่ช่วยปกป้องลูกน้อยขณะเดินทางได้ เราจึงมีวิธีเลือกซื้อคาร์ซีทมือสองมาแนะนำกันค่ะ

  • เช็ควันหมดอายุของคาร์ซีทให้มั่นใจว่ายังเหลือระยะเวลาใช้งานอย่างน้อย 1 – 2 ปี นับจากวันหมดอายุ แต่ถ้าระบุไว้เพียงวันที่ผลิตก็ให้นับไปอีก 6 ปี ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐานของอายุการใช้งานคาร์ซีทที่ยังมีประสิทธิภาพความปลอดภัยดีอยู่
  • เลือกซื้อคาร์ซีทจากคนที่คุณพ่อคุณแม่ไว้ใจได้เท่านั้น โดยมองหาจากคนใกล้ชิดอย่างเช่นญาติ เพื่อน หรือคนรู้จัก ก่อนที่จะไปเลือกซื้อจากคนแปลกหน้าในท้องตลาดตามช่องทางต่าง ๆ
  • อย่ารีบร้อนตัดสินใจซื้อเพราะเห็นแก่ราคาถูก ทั้งที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าคาร์ซีท
    แบรนด์ดี ๆ แต่ราคามือสองถูกเหลือเชื่อจะมีคุณภาพอย่างไร
  • ตรวจเช็คโครงสร้างชิ้นส่วนและวัสดุทุกส่วนของคาร์ซีทอย่างละเอียดให้เหมือนกับการซื้อของมือหนึ่ง ดูชนิดของเข็มขัดนิรภัย และต้องซักถามผู้ขายให้ชัดเจนเมื่อมีข้อสงสัย รวมถึงต้องได้คู่มือการใช้งานและชิ้นส่วนครบทุกอย่างตามรุ่นของคาร์ซีทนั้น
  • ตรวจสอบดูประกันจากแบรนด์หรือผู้ผลิตว่ายังมีระยะเวลาที่สามารถเคลมประกันได้หรือไม่ รวมทั้งประกันกรณีชำรุดจากอุบัติเหตุต้องแน่ใจว่าเราสามารถเคลมประกันได้

ควรเลือกซื้อคาร์ซีทมือสองเป็นแบรนด์ที่รู้จักและน่าเชื่อถือ เพราะแบรนด์เหล่านี้มักได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุด คือการเลือกซื้อแบบมือหนึ่งที่ได้มาตรฐานและมาจากผู้นำเข้าหรือตัวแทนขายโดยตรงเท่านั้น และเมื่อจำเป็นต้องซื้อคาร์ซีทมือสองก็ควรตรวจสอบให้ละเอียดจนมั่นใจว่ายังมีคุณภาพและประสิทธิภาพความปลอดภัยอย่างเต็มร้อย หรืออาจจะเลือกคาร์ซีทมือหนึ่งราคาต่ำที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อไหวย่อมดีกว่าซื้อมือสองอย่างแน่นอน

บริษัท เบบี้ ฮิลล์ จำกัด
111 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150

084-364-4445

02-010-4163