เวลาซื้อคาร์ซีท พ่อแม่ส่วนใหญ่มักดูแค่ว่ามีสติกเกอร์หรือโลโก้มาตรฐานติดอยู่หรือไม่ แล้วก็วางใจว่าปลอดภัย แต่ความจริงคือสติกเกอร์เพียงอย่างเดียวบอกอะไรได้ไม่มากนัก การอ่านฉลากและใบรับรองมาตรฐานให้เข้าใจจริงๆ เป็นทักษะที่พ่อแม่ทุกคนควรมี เพราะมันช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและป้องกันการถูกหลอกด้วยฉลากปลอมหรือคาร์ซีทที่ไม่ได้มาตรฐาน
ทำความเข้าใจมาตรฐาน ECE R44 กับ R129 i-Size
มาตรฐานที่เห็นบ่อยที่สุดในตลาดไทยคือ ECE R44/04 และ ECE R129 ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า i-Size แม้ทั้งสองเป็นมาตรฐานของยุโรปเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญที่ผู้ซื้อควรรู้
ECE R44/04 เป็นมาตรฐานเก่าที่ใช้น้ำหนักเป็นตัวกำหนดการจัดกลุ่ม ยังคงใช้งานได้ตามกฎหมายและมีความปลอดภัยเพียงพอ แต่ไม่บังคับให้ทดสอบการชนด้านข้าง (Side Impact Test)
ECE R129 หรือ i-Size เป็นมาตรฐานใหม่ที่ใช้ความสูงเป็นตัวกำหนดแทนน้ำหนัก บังคับให้ผ่านการทดสอบการชนด้านข้าง กำหนดให้ทารกอยู่ในท่าหันหน้าไปทางหลังจนถึงอย่างน้อย 15 เดือน และต้องเข้ากันได้กับระบบ ISOFIX
เมื่อเห็นสติกเกอร์ i-Size บนคาร์ซีท นั่นหมายความว่าผ่านการทดสอบที่เข้มงวดกว่า ECE R44 ในทุกด้าน
อ่านตัวเลขบนสติกเกอร์ให้ออก
บนสติกเกอร์มาตรฐาน ECE จะมีตัวเลขและรหัสหลายอย่างที่มีความหมายเฉพาะ ตัวเลขที่ขึ้นต้นด้วย E ตามด้วยตัวเลข เช่น E1 E4 E11 หมายถึงประเทศที่ออกใบรับรอง โดย E1 คือเยอรมนี E4 คือเนเธอร์แลนด์ E11 คือสหราชอาณาจักร ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าคาร์ซีทผลิตที่ไหน แต่บอกว่าประเทศใดเป็นผู้ออกใบรับรอง
ตัวเลขหลังรหัสประเทศคือหมายเลขอนุมัติที่สามารถนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลได้ ซึ่งเป็นวิธียืนยันว่าใบรับรองไม่ปลอม
วันหมดอายุอยู่ที่ไหนและอ่านอย่างไร
คาร์ซีททุกตัวมีอายุการใช้งานที่ระบุอยู่บนตัวสินค้า แต่หลายคนหาไม่เจอเพราะไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฉลากด้านล่างของตัวเบาะ ด้านหลังของเบาะ หรือบริเวณโครงสร้างด้านนอก บางรุ่นระบุเป็นวันเดือนปีหมดอายุตรงๆ แต่บางรุ่นระบุเพียงวันที่ผลิตแล้วให้ผู้ใช้บวกจำนวนปีที่ระบุในคู่มือเอง
ตัวเลขบนฉลากที่ดูเหมือนรหัสสินค้าแต่มักเป็นวันผลิต มักอยู่ในรูปแบบ สัปดาห์ที่ผลิต ตามด้วยปีที่ผลิต เช่น 2324 หมายถึงสัปดาห์ที่ 23 ของปี 2024 วิธีอ่านแบบนี้พบบ่อยในคาร์ซีทหลายแบรนด์และต้องรู้ไว้เพื่อประเมินอายุการใช้งานที่เหลือ
Batch Number คืออะไรและทำไมต้องสนใจ
Batch Number หรือ Lot Number คือรหัสที่บอกว่าคาร์ซีทผลิตในรุ่นการผลิตใด ข้อมูลนี้สำคัญมากในกรณีที่มีการเรียกคืนสินค้า (Product Recall) ซึ่งเกิดขึ้นกับคาร์ซีทหลายแบรนด์ทั่วโลก
พ่อแม่ที่รู้ Batch Number ของคาร์ซีทตัวเองสามารถตรวจสอบกับเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือหน่วยงานกำกับดูแลได้ว่าสินค้ารุ่นนั้นอยู่ในรายการเรียกคืนหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อคาร์ซีทมือสองควรตรวจสอบเป็นอันดับแรก
ฉลากปลอมและวิธีสังเกต
น่าเสียดายที่ในตลาดออนไลน์มีคาร์ซีทราคาถูกจากผู้ผลิตที่ไม่ได้รับการรับรองแต่แปะสติกเกอร์ที่ดูเหมือนมาตรฐาน ECE หรือ i-Size เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ รหัสบนสติกเกอร์ควรตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงาน UNECE สติกเกอร์ของแท้จะมีตัวหนังสือและตัวเลขที่ชัดเจน ไม่เบลอหรือดูเหมือนพิมพ์มาไม่ดี และข้อมูลบนสติกเกอร์ต้องสอดคล้องกับข้อมูลในคู่มือการใช้งาน
ตามมาตรฐานของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับยุโรป คาร์ซีททุกตัวที่ผ่านการรับรองจะมีรหัสที่สามารถตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลสาธารณะ
วิธีตรวจสอบ carseat ก่อนซื้อ
ขั้นตอนที่แนะนำคือ หาหมายเลขอนุมัติบนสติกเกอร์ นำไปค้นหาในเว็บไซต์ UNECE หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานทดสอบในยุโรป เพื่อยืนยันว่าเป็นการรับรองจริง ตรวจสอบวันผลิตและคำนวณอายุการใช้งาน และตรวจสอบ Batch Number ในฐานข้อมูลการเรียกคืนสินค้า
สรุป
การอ่านฉลากคาร์ซีทให้เข้าใจจริงเป็นทักษะที่ใช้เวลาไม่มากในการเรียนรู้ แต่ช่วยปกป้องลูกน้อยได้มหาศาล ครั้งต่อไปที่จะซื้อคาร์ซีท อย่าพึ่งพาแค่หน้าตาของสติกเกอร์ แต่อ่านตัวเลข ตรวจสอบในฐานข้อมูล และยืนยันทุกขั้นตอนก่อนตัดสินใจ
